วิธีการยืดอายุการใช้งานของเครื่องฉีด และคู่มือการบำรุงรักษาแบบเข้าใจง่าย

เครื่องฉีดเป็นหัวใจสำคัญในการผลิตชิ้นส่วนต่าง ๆ ที่เราคุ้นเคย เช่น ชิ้นส่วนรถยนต์ ภาชนะบรรจุ หรืออุปกรณ์ที่ใช้ในชีวิตประจำวัน แต่ในระหว่างการผลิตนั้นอาจมีความเสี่ยงที่จะเจอสถานการณ์ที่ไม่คาดคิด เช่น เครื่องฉีดหยุดทำงาน ซึ่งทำให้เสียเวลาและส่งผลกระทบต่อการส่งมอบสินค้าให้กับลูกค้าได้อย่างมีนัยสำคัญ การหาวิธียืดอายุการใช้งานของเครื่องฉีดจึงเป็นการช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายในระยะยาว แต่ยังส่งผลดีต่อประสิทธิภาพในการผลิตอีกด้วย
การยืดอายุการใช้งานของเครื่องฉีด
ลำดับแรก ต้องดูที่การเลือกใช้งานเครื่องฉีดให้เหมาะกับประเภทชิ้นงานก่อน สิ่งนี้ไม่ได้แค่ช่วยให้ผลิตงานได้ดีเท่านั้น แต่ยังช่วยยืดอายุการใช้งานแบบเห็นผล ยิ่งในโรงงานที่มีไลน์ผลิตหลากหลาย ควรพิจารณาว่าควรมีเครื่องเฉพาะทางสำหรับผลิตภัณฑ์กลุ่มไหน หรือต้องปรับอะไรให้สอดคล้องกับชิ้นงานที่จะผลิตบ้าง การเลือกใช้เครื่องฉีดผิดงาน เครื่องก็อาจสึกหรอได้เร็วกว่าที่ควร
ต่อมาคือการตรวจสอบสภาพเครื่องอย่างสม่ำเสมอ ควรตั้งตารางบำรุงรักษาชัดเจน เช่น ทุก 500 หรือ 1,000 ชั่วโมงการทำงาน จะช่วยให้ทีมช่างไม่หลงลืม และยังช่วยให้วางแผนการสั่งซื้ออะไหล่ล่วงหน้าได้ โดยเฉพาะการเช็คแรงดันของระบบไฮดรอลิก การตอบสนองของเซนเซอร์ และระดับความร้อนในจุดต่าง ๆ อย่าละเลยที่จะตรวจเช็กตามรอบเวลา เพื่อให้แน่ใจว่าเครื่องยังใช้งานได้ดีและยังป้องกันปัญหาเล็ก ๆ ที่อาจเกิดขึ้นได้ในอนาคต
การบำรุงรักษาเครื่องฉีด
ทุกโรงงานล้วนมีตารางบำรุงรักษาเครื่อง แต่สิ่งที่ทำให้ต่างกันคือความใส่ใจในรายละเอียด ยิ่งเครื่องที่มีอายุเกิน 5 ปีไปแล้ว ระบบต่าง ๆ ก็จะเริ่มเสื่อมโดยธรรมชาติ แต่ถ้าบำรุงถูกจุด ทุกอย่างก็ยังไปต่อได้แบบราบรื่นทุกกระบวนการ
1.การตรวจสอบและทำความสะอาดระบบไฮดรอลิก
ระบบไฮดรอลิกเปรียบเสมือนหัวใจของเครื่องฉีด หากน้ำมันไฮดรอลิกสกปรกหรือมีคุณภาพต่ำ จะส่งผลต่อประสิทธิภาพการทำงานของเครื่องโดยตรง
สิ่งที่ควรทำคือ
- ตรวจสอบคุณภาพน้ำมัน ควรหมั่นตรวจสอบระดับน้ำมัน รวมถึงสี กลิ่นและความขุ่น หากน้ำมันเปลี่ยนเป็นสีดำคล้ำ มีกลิ่นไหม้หรือมีฟองอากาศมากเกินไป แสดงว่ามีปัญหาเกิดขึ้น
- เปลี่ยนไส้กรอง เพราะไส้กรองน้ำมันเป็นส่วนสำคัญที่มักถูกละเลย การไม่เปลี่ยนไส้กรองตามกำหนดจะทำให้น้ำมันปนเปื้อนและอาจส่งผลให้ปั๊มไฮดรอลิกเสียหายได้
- ทำความสะอาดถังน้ำมัน อย่างน้อยปีละครั้ง เพื่อกำจัดสิ่งปนเปื้อนที่สะสมอยู่
2. การบำรุงรักษาระบบทำความร้อน
ระบบทำความร้อนเป็นอีกหนึ่งส่วนที่สำคัญแต่หลายคนมองข้าม หากระบบนี้ทำงานผิดปกติ อาจส่งผลกระทบต่อคุณภาพของชิ้นงานที่ฉีดได้
สิ่งที่ควรทำคือ
- ตรวจสอบอุณหภูมิ ควรเปรียบเทียบอุณหภูมิที่หน้าจอแสดงผลกับอุณหภูมิจากเซนเซอร์ที่ติดตั้งในเครื่อง หากพบว่ามีค่าแตกต่างกันเกิน 5°C ควรหาสาเหตุ
- ตรวจสอบอุปกรณ์ ทั้งสายไฟ ขั้วต่อและเทอร์โมคัปเปิลอย่างสม่ำเสมอ เพื่อป้องกันการเกิดสนิมหรือรอยแตก ซึ่งอาจลุกลามเป็นปัญหาใหญ่ในภายหลังได้
- สังเกตความผิดปกติของชิ้นงาน หากพบว่าชิ้นงานมีรอยไหม้บ่อยครั้ง ควรตรวจสอบระบบทำความร้อนก่อนที่จะสรุปว่าเป็นปัญหาจากวัตถุดิบ
3. การทำความสะอาดอย่างมีประสิทธิภาพ
การทำความสะอาดภายในเครื่องฉีดเป็นขั้นตอนสำคัญที่ช่วยขจัดสิ่งสกปรกและเรซินที่ตกค้าง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อต้องเปลี่ยนสีหรือเปลี่ยนชนิดของวัตถุดิบ การใช้เม็ดทำความสะอาดที่มีประสิทธิภาพจะช่วยลดเวลาและเพิ่มคุณภาพในการผลิต
Ecomaru คือ ผลิตภัณฑ์เม็ดทำความสะอาดที่พัฒนาขึ้นเพื่อตอบโจทย์นี้โดยเฉพาะ ด้วยส่วนผสมของใยแก้วชนิดพิเศษ (Glass Wool) ที่มีเส้นใยสั้นและละเอียด จึงสามารถเข้าไปขจัดสิ่งสกปรกที่ตกค้างอยู่ในทุกมุมของเครื่องฉีดได้อย่างเหนือกว่าเม็ดทำความสะอาดทั่วไป
- ลดต้นทุนและเวลา เพราะ Ecomaru ใช้ปริมาณน้อยในการทำความสะอาด และช่วยลดเวลาในการเปลี่ยนสี ทำให้ประหยัดทั้งต้นทุนวัตถุดิบและค่าใช้จ่ายในการกำจัดขยะ
- ทนทานต่อการสึกหรอของชิ้นส่วนภายในเครื่องจักร เป็นคุณสมบัติเฉพาะตัวของเส้นใย และยังสามารถยืดอายุการใช้งานได้
- ปลอดภัยต่อผู้ใช้งาน ลดควันและกลิ่นที่เกิดขึ้นในกระบวนการทำความสะอาด ช่วยปรับปรุงสภาพแวดล้อมการทำงานให้ดีขึ้น
4. การตรวจสอบและหล่อลื่นระบบกลไก
ชิ้นส่วนต่าง ๆ ที่เคลื่อนที่อยู่ภายในเครื่องฉีด จำเป็นต้องได้รับการหล่อลื่นอย่างสม่ำเสมอ เพื่อลดการสึกหรอและยืดอายุการใช้งาน
สิ่งที่ควรทำคือ
- เลือกใช้น้ำมันหล่อลื่นที่เหมาะสม ควรเลือกใช้จาระบีหรือน้ำมันหล่อลื่นตามคำแนะนำของผู้ผลิตเครื่องจักร ไม่ควรใช้จาระบีผิดประเภท เพราะอาจส่งผลเสียในระยะยาว
- หล่อลื่นตามกำหนด และกำหนดรอบเวลาในการหล่อลื่นชิ้นส่วนต่าง ๆ เช่น สกรู โซ่ บูช และสไลด์อย่างชัดเจน
- ตรวจสอบจุดที่เข้าถึงยาก อย่าละเลยเป็นอันขาด เช่น ลิ้นปิด–เปิด แบริ่งปลายแกนและแนวเลื่อนด้านในแม่พิมพ์ฉีด
5. การตรวจสอบระบบไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์
ระบบไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ เปรียบเสมือนสมองของเครื่องฉีดเลยก็ว่าได้ หากมีส่วนใดทำงานผิดปกติ อาจทำให้การทำงานของเครื่องหยุดชะงักได้เลยทันที
สิ่งที่ควรทำคือ
- ตรวจสอบสายไฟและจุดเชื่อมต่อ เช็กขั้วต่อ สายไฟและสายดินว่ามีการหลวมหรือหลุดหรือไม่
- ป้องกันความชื้น เพราะหากมีความชื้นในตู้ควบคุมอาจทำให้เกิดไฟฟ้าลัดวงจรได้ ซึ่งการติดตั้งตู้แยกที่มีระบบป้องกันความชื้นจะช่วยลดความเสียหายได้
- ตรวจสอบ PLC แม้จะไม่เสียหายบ่อย แต่หากเกิดปัญหาจะส่งผลกระทบอย่างมาก ควรหมั่นตรวจสอบสัญญาณเบื้องต้น เช่น การตอบสนองของหน้าจอสัมผัสหรือรีเลย์
6. การจัดเก็บและทำความสะอาดหลังการใช้งาน
การทำความสะอาดเครื่องจักรหลังการใช้งานแต่ละครั้ง เป็นอีกหนึ่งสิ่งสำคัญที่ไม่ควรมองข้ามและต้องดูแลเป็นพิเศษ เพื่อยืดอายุการใช้งาน
สิ่งที่ควรทำคือ
- ทำความสะอาดหัวฉีดและแม่พิมพ์ โดยการเช็ดคราบพลาสติกที่ติดตามหัวฉีดหรือแม่พิมพ์ออกให้หมด เพื่อป้องกันปัญหาในการฉีดครั้งถัดไป
- ดูแลความสะอาดรอบเครื่อง ทำความสะอาดเศษพลาสติกที่ตกอยู่บนพื้น เพื่อป้องกันการลื่นล้มและป้องกันไม่ให้เศษเข้าไปติดในส่วนของเครื่องจักร
การบำรุงรักษาเครื่องฉีดอย่างสม่ำเสมอและถูกวิธี ไม่ใช่เพียงแค่การซ่อมแซมเมื่อเครื่องเสียเท่านั้น แต่คือการลงทุนที่คุ้มค่าในระยะยาว เพราะทุกการดูแลล้วนส่งผลโดยตรงต่อประสิทธิภาพและอายุการใช้งานของเครื่องฉีด จึงต้องหมั่นเช็คอยู่เสมอเพื่อให้มั่นใจได้ว่าเครื่องฉีดจะยังคงทำหน้าที่ได้อย่างเต็มที่ไปอีกนาน


